แอ่วเมืองเหนือ เดินไนท์บาร์ซ่า ทานข้าวซอย คล้อยกลิ่นลำดวน...ตอน ๑
posted on 05 May 2008 10:34 by yodayoda in Journalสืบเนื่องมาจาก วันว่างๆ ติดกันหลายวัน ทำให้ข้าพเจ้าคิดได้ว่า ถ้าเขียนแต่เรื่องโยด้าคงทำให้เขียนได้ไม่มาก เพราะถ้าให้ข้าพเจ้าเขียนแต่เรื่องของสุนัข ข้าพเจ้าคงมันวนอยู่ได้ไม่กี่อย่างดังนั้น จึงหาประเด็นใหม่มาถก หรือมาเล่าให้ฟังบ้าง........ทั้งจากประสบการณ์อันน้อยนิดของข้าพเจ้า และจากที่ฟังเขาเอามาโม้อีกที มาเป็นหัวข้อ "โยด้าพาเที่ยว" และจะรวมไปถึงพากินด้วย...........
เมืออาทิตย์ก่อน ก่อนที่ข้าพเจ้าจะนั่งพิมพ์บทความนี้อยู่นั้น มารดาของข้าพเจ้าได้โทรมาหา พร้อมทั้งบอกว่า "น้องเอ็งอยากไปเที่ยวเชียงใหม่ เค้ายังไม่เคยไปเลย ไปเช็คมาให้หน่อย" ข้าพเจ้าตอบกลับอย่างรวดเร็ว "ได้เลย ท่านแม่" หลังจากวางไปสักพัก ข้าพเจ้าโทรกลับไปบอกมารดาว่า "ได้แล้วนะ ค่าเครื่องบินไป-กลับ ประมาณ 4พันกว่าบาท" หลังจากพูดจบไป ท่านแม่ได้หันไปบอกกับน้องสาวข้างๆ ตามที่ข้าพเจ้าพูดไป ไม่ทัน ที่ท่านแม่จะส่งสารจากน้องสาวกลับมา ข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียงเล็กลอดผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่มาว่า "ไม่เอา ไม่อยากนั่งเครื่องบิน น่าเบื่อจะตาย เพื่อนบอกว่านั่งรถไฟสนุกกว่า" ได้ยินดังนั้นข้าพเจ้าคิดว่า อืม....มันคงไม่แย่กว่ารถไฟที่จีนหรอกนะ ด้วยข้อสรุปดังนี้ข้าพเจ้าโทรไปจองตั๋ว ปรากฏว่าได้ตั๋วไปกลับสามใบ ในราคาเท่ากับตั๋วเครื่องบินใบเดียว อืม........น่าจะชิวดีนะ
วันเดินทาง ข้าพเจ้าและคณะไปถึงสถานีหัวลำโพงก่อนกำหนดเล็กน้อยถึงปานกลาง ด้วยความที่ไม่เคยมา ทำให้ดูเหมือน ชาวคณะบ้านนอกหลงกรุง บวกกับเวลาอาหารเย็นก็เดินทางมาถึงด้วยเช่นกัน "กินไรดี กินไรดี" ข้าพเจ้าคิดในใจ "อืม.......ฮ่องกงนู้ดเดิ้ลไหม ท่านแม่" สายตาเหลือบไปเห็นร้านขาวๆท่าทางสะอาดทางหัวมุม หน้าสถานี "เอาสิ" เสียงใสๆตอบกลับจากคณะลูกทัวร์ หลังจากที่ฟาดบะหมี่ไปคนละชามก็เดินกลับมาที่สถานีอีกครั้ง "อ้าว ในนี้ก็มีฟู้ดเซ็นเตอร์นี่น่า........หึๆ"
ใกล้ถึงเวลารถไฟออกเข้าไปทุกที ก็ได้เวลาเดินไปชานชลา เพิ่งรู้ว่าถ้าไม่มีตั๋วแต่อยากเดินเข้าชานชลาต้องเสียค่าเข้า คนละสองบาทด้วย อืมม....คงทำไว้ให้ลูกๆท่านๆเข้าไปส่งญาติๆได้ สำหรับรถไฟสายที่ข้าพเจ้าขึ้นนั้นต้องไปขึ้นที่ชานชลาห้า ซึ่งเดินเข้าไปก็เจอเลย หลังจากที่เช็คกับเพื่อนๆจนแน่ใจว่า บนรถไฟสูบบุหรี่ได้ข้าพเจ้าก็หมดความกังวลใจ เพราะการรณรงค์ต่างนั้นๆทำให้ข้าพเจ้าไม่แน่ใจเท่าไร
จากประสบการณ์เก่านั้น ข้าพเจ้าเคยนั่งรถไฟในแผ่นดินใหญ่หลายครั้ง เช่น จากเซี่ยงไฮ้ ไป มองโกลใน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 26 ชม. ในรถไฟนั้นจะมีทุกอย่างบริการทั้งเบียร์อาหาร รวมไปถึงทีวีดีวีดีให้เช่า!! ยังไม่พูดถึงรถด่วนสายปักกิ่งที่มีทิวีแอลซีดีแยกแต่ละคนในแต่ละเตียง พร้อมพนักงานบริการหน้าตาดี ส่วนห้องสูบบุหรี่บนรถไฟแห่งแผ่นดินใหญ่ ทุกท่านที่ติดบุหรี่สามารถสูบได้ในระหว่างขบวนรถในทุกๆขนวน อาจเนื่องจากประเทศจีนเป็นประเทศที่มีผู้สูบบุหรี่มากเป็นอันดับหนึ่งของโลกก็ได้...........
กลับมาต่อที่เมืองไทย หลังจากที่ข้าพเจ้าขนของและขึ้นไปนั่งบนรถไฟเรียบร้อยแล้ว แอร์เย็นๆ น้ำขวดที่พกมา และ นิตยสารโปรดในมือ ทำให้ข้าพเจ้าลืมเวลาระหว่างที่รอรถไฟออกไปเสียสิ้น ซึ่งกว่าที่รถไฟจะออกนั้นได้ดีเลย์ไปถึงสี่สิบห้านาที "นานเหมือนกันวุ้ย" ข้าพเจ้าบ่นงึมงำ ออกไปได้สักพักข้าพเจ้าก็เริ่มซ่า เริ่มถามหาตู้เสบียง และจะได้ทำการสำรวจรถไฟไปด้วย จึงได้ทราบมาว่าตู้เสบียงนั้นอยู่ห่างออกไปเพียงสองตู้ "เยี่ยมเลย" ข้าพเจ้ารีบเดินไปอย่างไม่รีรอ
ตู้เสบียงนั้นจะว่าเก่าก็เก่าจะว่าโอเคก็โอเค เพราะที่นี่นั้นจะไม่มีแอร์ พลันสายตาเหลือบไปเห็นฝรั่งสองคนพร้อมกับบุหรี่ในมือและเบียร์ในแก้ว "เยี่ยมนี่แหละที่ต้องการ" ข้าพเจ้าตะโกนในใจ
เวลาผ่านไปเร็วพร้อมๆกับวิวข้างทางที่ผ่านไปเรื่อยๆ กับเสียงฉึบฉับและเสียงลมลอดผ่านหน้าต่าง ไม่ช้าไม่นานตู้เสบียงก็เต็มไปด้วยชาวต่างชาติที่ทำพฤติกรรมเดียวกัน นั่งคุยกันสนุกสนาน อย่างออกรสชาติโดยแท้ ไม่ช้าไม่นานอีก ข้าพเจ้าก็ได้พบชาวฝรั่งเศษที่มีสำเนียงเหมือนคนอินเดียคนนึงที่นี่ด้วยเช่นกัน จากที่เราทั้งคู่มีอายุเท่ากันและมีปลายทางเหมือนกัน ทำให้อดไม่ได้ที่จะหาเรื่องคุยกันไปเรื่อยๆ เวลาผ่านไปเร็วกว่ากว่าเสียงลมข้างนอกซะแล้ว เหลือบดูเวลา ห้าทุ่มแล้วหรือเนี่ย เมาว่ะ ต้องนอนแล้ว.........................
edit @ 5 May 2008 13:00:41 by Yoda